วิธีเลือกลิปสติก ให้เหมาะกับตัวเอง

วิธีเลือกลิปสติก เชื่อไหมถ้าเลือกให้เหมาะกับตัวเองและสถานการณ์ แค่นี้คุณก็จะดูสวยปังเกินกว่าใคร ๆ

เคยเป็นไหมคะที่เวลาซื้อลิปสติกแท่งใหม่มาทา พอส่องกระจกดูแล้วก็รู้สึกทำไมหน้าดูหมอง หรือหน้าดูไม่สวยเหมือนอย่างที่เคยทาลิปสติกแท่งเก่านะ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าลิปสติกสีใหม่ของคุณน่ะมันไม่เข้ากับสีผิวน่ะสิ ยิ่งถ้าทาไปแบบไม่เหมาะกับสถานการณ์ด้วยแล้วละก็ มีหวังคงโดนซุบซิบนินทาชัวร์ เอาเป็นว่าเพื่อความสวยไม่พลาดแค่เลือกให้เหมาะก็สวยปังเกินใครแล้ว

ผิวขาว
สาว ๆ ผิวขาวทั้งหลายรู้ไว้เถอะ ว่าลิปสติกโทนเย็นทั้งหลายน่ะเข้ากับผิวคุณที่สุดเลย ทั้งสีชมพู สีคอรัล และสีวาว ๆ เนื้อกลอส แต่อย่าเลือกสีน้ำตาลหรือดำมาทาเด็ดขาดล่ะ เชื่อเถอะไม่เวิร์กแน่นอน

ผิวสองสี

สาวผิวสองสีเหมาะกับลิปสติกโทนอุ่น เช่น สีชมพูกลีบกุหลาบหรือสีเฉดเบอร์รี (แดงอมม่วง) ทั้งหลาย แต่อย่าเลือกลิปสติกสีที่เข้มมืดมากจนเกินไปล่ะ เพราะมันไม่เหมาะกับสีผิวนี้หรอกค่ะ ทางที่ดีเลือกเฉดแบบสว่าง ๆ ไว้เริดที่สุด

ผิวคล้ำ

ลิปสติกเฉดสีน้ำตาลและเฉดสีม่วงนี่แหละเหมาะกับสาวผิวคล้ำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสีออกพลัม ๆ หรือสีช็อกโกแลต พอทาแล้วเกิดเจิดจรัสกว่าใครเลย แต่ถ้าหากอยากเพิ่มความสนุกสนานก็อาจจะเลือกสีแซ่บ ๆ แบบสีส้มหรือจะไปซ่ากับสีนีออนเลยก็ได้

 

เทคนิคการทาโลชั่นให้ถูกวิธี

ID-100363396

เรื่องของความสวยความงาม เรื่องของการดูแลตัวเอง หากเรารู้เคล็ดลับเด็ด ๆ เทคนิคดี ๆ ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะไอ้ครั้นจะลองผิดลองถูก ลองวิธีนั้นนิดวิธีนี้หน่อย แล้วเผลอปล่อยให้ผิวสวย ๆ ถูกทำร้ายไปทีละน้อย มารู้ตัวอีกทีก็อาจสายไปเสียแล้ว ฉะนั้น อย่ารอช้า สาว ๆ ที่กำลังมองหาเคล็ดลับการมีผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่นเหมือนสาวเกาหลี วันนี้เรามีเทคนิคดี ๆ มาบอกคะ ยิ่งหน้าหนาวแบบนี้ด้วยแล้ว ผิวของเรายิ่งต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

อันดับแรกที่สาว ๆ ควรปฏิบัติเลยคือ การเลือกโลชั่นบำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิวและอากาศเย็น ๆ ในฤดูหนาว ที่แม้บ้านเราจะไม่หนาวมาก แต่ก็เป็นช่วงที่สาว ๆ จะรู้สึกได้ว่าผิวแห้งตึง ไม่เนียนนุ่มชุ่มชื่น และในบางคนอาจมีผิวแห้งมากจนลอกแตกเป็นขุย เนื่องจากอากาศที่แห้งลง ยิ่งหากใครอาบน้ำอุ่น อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ หรือดื่มน้ำน้อย จะยิ่งส่งผลให้ผิวคุณแห้งสุด ๆ เลยแหละ ฉะนั้น ควรเลือกใช้โลชั่นบำรุงผิวที่ช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิวเป็นพิเศษ และสามารถคงความชุ่มชื่นให้กับผิวได้ยาวนานต่อเนื่อง

มาถึงขั้นตอนการทาโลชั่นบำรุงผิวให้ถูกวิธี เพราะมีโลชั่นดี ๆ อย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้เป็นด้วยถึงจะพร้อมเป็น “สวยเจิดตัวแม่” ของแท้! ว่าแล้วก็ไปเริ่มกันเลย
– เตรียมความพร้อมให้ผิวเพื่อสามารถซึมซับโลชั่นบำรุงผิว ซิตร้า นูริช เรเดียนซ์ โลชั่น ได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้ฟองน้ำหรือใยบวบขัดผิวเบา ๆ ให้ทั่วตัวขณะอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว และทำให้โลชั่นซึมสู่ชั้นผิวได้ดียิ่งขึ้น
– เพื่อให้ได้คุณค่าของการบำรุงผิวที่ล้ำลึก ควรทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำตอนเช้าและตอนเย็น เพราะเป็นช่วงที่รูขุมขนเปิด พร้อมรับคุณค่าสารอาหาร และต้องวอร์มโลชั่นด้วยการถูวนไปวนมาบนฝ่ามือทั้งสองข้างก่อน จนรู้สึกว่าเนื้อโลชั่นอุ่นขึ้น แล้วค่อยทาโลชั่นลงบนผิว
– เพื่อกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิต และทำให้ผิวสดชื่นขึ้น ขณะทาโลชั่นให้นวดกดลงน้ำหนักเล็กน้อยด้วยฝ่ามือ โดยทากดนวดวนซ้ำช้า ๆ ทั้งตัว โดยเฉพาะต้นขา ต้นแขน แผ่นหลัง และหน้าท้อง
– การทาโลชั่นบริเวณแขน ควรเริ่มทาที่ต้นแขนด้านท้องแขนก่อน แล้วทาวนขึ้นหลังแขน ส่วนการทาโลชั่นบริเวณขาและเท้า ควรเริ่มที่ต้นขาก่อน แล้วทาวนจากต้นขาไปปลายขา และเน้นที่บริเวณหน้าแข้งทั้งสองข้าง เพราะบริเวณนี้จะแห้งและแตกเป็นขุยง่าย สำหรับบริเวณเท้าควรทาทั้งสองด้าน คือ หลังเท้าและฝ่าเท้า โดยนวดเบา ๆ ที่อุ้งเท้าเพื่อผ่อนคลายและช่วยให้การไหลเวียนโลหิตดีขึ้นด้วยคะ

วิธีเก็บรักษาเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี ให้ใช้ได้นานๆ

สาวๆทั้งหลายจะเลือกเฟ้นเสาะแสวงหาเจอเครื่องสำอางต่างๆ ได้ถูกอกถูกใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว รองพื้นและกันแดดว่า จะใช้ยี่ห้อไหนดี แบบไหนดี ที่ใช้แล้วเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง สิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญเช่นกันก็คือ การเก็บรักษาเครื่องสำอางชนิดต่างๆให้ถูกวิธี เพื่อเครื่องสำอางของเราจะได้ใช้ดีมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าสมกับอายุการใช้งานและราคาของมันด้วย เพราะหากผลิตภัณฑ์นั้นถูกเก็บรักษาในสภาวะที่ไม่เหมาะสม เช่น อุณหภูมิสูงเกินไป ต่ำเกินไป หรือถูกแสงแดดโดยตรง ก็อาจจะทำให้เครื่องสำอางเสื่อมคุณภาพหรือเสียไปเลยก็ได้ เลยจำใจต้องทิ้งครีมเครื่องสำอางเหล่านั้นทิ้งไป เพราะถ้าฝืนใช้ต่อคงไม่คุ้มกับปัญหาหน้าพังแน่ ดังนั้นเราจึงได้นำวิธีเก็บรักษาเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี ให้ใช้ได้นาน ๆมาฝากสาวๆทุกคน

วิธีเก็บรักษาเครื่องสำอางอย่างถูกวิธี ให้ใช้ได้นานๆ

1. บริเวณที่เหมาะแก่การเก็บเครื่องสำอางคือ ควรเก็บไว้บริเวณที่ไม่ถูกแสงแดดส่องถึงโดยตรงระหว่างวัน และมีอุณหภูมิประมาณ 25°C คือการเก็บรักษาเครื่องสำอางไว้ในที่ที่มีอากาศเย็นสบายหรือเก็บที่อุณหภูมิห้อง เก็บในที่แห้ง และแสงแดดส่องไม่ถึง

2. อ่านวิธีการเก็บรักษาที่ฉลาก ที่ฉลากของเครื่องสำอางทุกตัว จะมีวิธีใช้และวิธีการเก็บรักษามาให้เสมอ แม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีอะไรยุ่งยากไปมากกว่า “เก็บในที่แห้ง และแสงแดดส่องไม่ถึง” แต่ก็ควรเก็บรักษาให้ได้ตามนั้นจริง ๆ ไม่เช่นนั้นเครื่องสำอางอาจเสื่อมสภาพล่วงหน้าไปก่อนวันหมดอายุไปนานเลยค่ะ

3. เปิดฝาต่อเมื่อต้องการใช้เท่านั้น และเมื่อใช้ครีมเสร็จแล้วควรปิดฝาให้แน่น นอกจากเหตุผลเรื่องความสะอาดแล้ว เพื่อไม่ให้เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสกับอากาศโดยตรงด้วย นอกจากอากาศจะทำให้แห้ง ฝุ่นละออง แบคทีเรีย และเชื้อโรค ยังสามารถลงไปสัมผัสกับเครื่องสำอางได้ ซึ่งสามารถทำให้คุณสมบัติของเครื่องสำอางเปลี่ยนแปลง และอายุการใช้งานสั้นลง

4. รักษาความสะอาดของมือ ใบหน้า และอุปกรณ์แต่งหน้า ทุกสิ่งที่จะมาสัมผัสกับเครื่องสำอางควรจะสะอาดที่สุด ก่อนจะสัมผัสกับเครื่องสำอางต้องล้างมือและต้องล้างหน้าให้สะอาด เพื่อมั่นใจได้ว่าสิ่งปนเปื้อนสกปรกจากผิว รวมทั้งแบคทีเรีย จะได้ไม่ลงไปสัมผัสกับเครื่องสำอาง ถ้าจะให้ดีควรใช้อุปกรณ์ที่สะอาดช่วยตักครีมขึ้นมาใช้ นอกจากนี้ อุปกรณ์แต่งหน้าต่างๆ เช่น ฟองน้ำ พู่กัน แปรงและพัฟทั้งหลาย สิ่งเหล่านี้ต้องสัมผัสกับเครื่องสำอาง จึงจำเป็นต้องรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ด้วยการนำมาซักด้วยสบู่ หรือแชมพูอ่อนๆ และตากลมให้แห้งก่อนนำมาใช้ หากเป็นไปได้ควรทำทุก ๆ 1 อาทิตย์นะค่ะ

5. ไม่ใช้เครื่องสำอาง รวมทั้งสกินแคร์ร่วมกับผู้อื่น เพราะยิ่งแบ่งกันใช้ออกไปมากเท่าไหร่ โอกาสที่เครื่องสำอางนั้นจะปนเปื้อน และสัมผัสกับอากาศ ฝุ่นละออง และแบคทีเรีย ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นด้วย

6. ควรซื้อแต่เครื่องสำอาง ที่เพิ่งผลิตและไม่กักตุนเครื่องสำอางหรือสกินแคร์โดยไม่จำเป็น ควรเลือกซื้อเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาเป็นล็อตใหม่ ๆ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ผลิตออกมาภายในปีที่คุณเลือก โดยตรวจเช็คจากวันเดือนปีที่ผลิตรวมถึงวันหมดอายุของเครื่องสำอางทุกครั้งก่อนซื้อด้วย เพื่ออายุการใช้งานของมันจะได้ยาวนานขึ้น

7. ก่อนใช้เครื่องสำอาง อย่าลืมดูวันเดือนปีที่ผลิต เพื่อกะประมาณได้ว่าจะใช้หมดภายในระยะเวลาเท่าใด

8. หากเนื้อผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีหรือกลิ่นเปลี่ยนไป อย่านำมาใช้อีก

9.หากใช้หมดแล้ว ต้องการเติมผลิตภัณฑ์ลงในขวดเติมอีกครั้ง ควรทำความสะอาดบรรจุภัณฑ์และปล่อยให้แห้งเสียก่อนจึงค่อยเติมลงไป